ข่าวสารและกิจกรรม
"Software as a Service” ทางเลือกในการใช้งานซอฟต์แวร์ สำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย
  • 10 ม.ค. 2563
  • 6749

สตาร์ทอัพ (Startups) และผู้ประกอบการรายย่อย (Micro Enterprises) ที่มีการจ้างงาน ตั้งแต่ 1 ถึง 5 คน และมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี อาจยังขาดความรู้และความเข้าใจเรื่องข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิซอฟต์แวร์ (Software License) รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ของการใช้งานซอฟต์แวร์

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย ไม่มีแผนกไอทีและบุคลากรด้านไอที เนื่องจากมีการใช้งานซอฟต์แวร์แบบไม่สลับซับซ้อนมาก หรือมีแผนกไอทีและบุคลากรด้านไอที แต่บุคลากรด้านไอทียังขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อยบางรายอาจมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Consultant) เข้ามาช่วยดูแลงานด้านไอที แต่อาจไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์จากบริษัทที่ปรึกษา  ด้วยเหตุนี้ สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย จึงอาจมีความเสี่ยงที่จะทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานซอฟต์แวร์ ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎหมายฐานละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คือการใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิซอฟต์แวร์ (Software License)  วิธีปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมายฐานละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ประกอบด้วยการตรวจสอบและจัดการการใช้งานซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้แน่ใจว่ามีการใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ของการใช้งานซอฟต์แวร์  (Software License Review)

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบและจัดการการใช้งานซอฟต์แวร์  อาจเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย  บีเอสเอ I พันธมิตรซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) จึงขอแนะนำให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย พิจารณาและเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบที่ช่วยลดภาระเรื่องการตรวจสอบและจัดการ

การใช้งานซอฟต์แวร์บนคลาวด์ (Software as a Service)

การใช้งานซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือในรูปแบบของบริการบนคลาวด์ (Software as a Service: SaaS) เป็นทางเลือกหนึ่งในการใช้งานซอฟต์แวร์สำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย  ที่มีลักษณะคล้ายกับการเช่าใช้ และจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง ทำให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อยไม่ต้องกังวลว่าจะใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิซอฟต์แวร์ ช่วยลดภาระเรื่องการตรวจสอบและจัดการการใช้งานซอฟต์แวร์

ในปัจจุบัน การให้บริการด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing Services) มีรูปแบบหลักๆ สามรูปแบบ ได้แก่

  • การให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ (Infrastructure as a Service: IaaS) เช่น การให้บริการเซิร์ฟเวอร์ (Service Hardware) การให้บริการเน็ทเวิร์ค (Networking Equipment) เป็นต้น
  • การให้บริการแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันคอมพิวเตอร์ (Platform as a Service: PaaS) หรือ (Application as a Service) เช่น การให้บริการระบบปฏิบัติการ (Operating System) และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การให้บริการซอฟต์แวร์ (Software as a Service: SaaS) เช่น การให้บริการซอฟต์แวร์ที่ใช้ในสำนักงานทั่วไป เช่น Word, Excel, PowerPoint เป็นต้น

"SaaS" ง่ายต่อการจัดการ ลดต้นทุน

นอกจากจะช่วยลดภาระเรื่องการตรวจสอบและจัดการการใช้งานซอฟต์แวร์แล้ว การใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการบนคลาวด์  ยังมีประโยชน์อื่น เช่น ลดต้นทุนด้านการจัดซื้อฮาร์ดแวร์ ประหยัดเวลาทั้งในการจัดการการใช้งานซอฟต์แวร์ การดูแลรักษา การอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ (Update) และการแก้ไขจุดอ่อนช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Patch) เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ที่มีการให้บริการบนคลาวด์ (Software as a Service) มีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ทั่วไปสำหรับการใช้งานในสำนักงาน ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์เฉพาะด้าน เช่น ซอฟต์แวร์บัญชี  ฯลฯ บริษัทซอฟต์แวร์ หรือผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บนคลาวด์ มักจะนำเสนอให้ทดลองใช้งานซอฟต์แวร์เวอร์ชันพื้นฐานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจะมีค่าใช้จ่ายต่อเมื่อผู้ใช้งานสมัครใช้บริการซอฟต์แวร์นั้น หรือต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ในเวอร์ชันที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น

ข้อควรระวัง

ถึงแม้ว่าการใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการบนคลาวด์ (Software as a Service) จะมีข้อดีอยู่หลายด้าน แต่สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อยควรระวังเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจสูงเกินไป หากไม่มีนโยบายควบคุมการจัดซื้อบริการซอฟต์แวร์บนคลาวด์  อาจจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ใช้งานจริง  ดังนั้น การใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการบนคลาวด์ ควรให้ความสำคัญกับการจัดการ Subscriptions ให้ตรงกับความต้องการใช้งานจริง และให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการบนคลาวด์ด้วย

นอกจากนี้ ในกรณีที่สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย มีการใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบเดิม ที่มีการติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ผสมไปกับการใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการบนคลาวด์ สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อยยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องการจัดการการใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบผสม (Hybrid) โดยควรขอคำแนะนำด้านข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานซอฟต์แวร์จากผู้เชี่ยวชาญ หรือบริษัทซอฟต์แวร์

การบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์

การเลือกรูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์ เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ (Software Asset Management: SAM) ตามหลักสากล  ข้อควรพิจารณาในการเลือกรูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์แตกต่างกันไปตามองค์กรธุรกิจ  แต่มีเป้าหมายหลักอันเดียวกัน คือ รูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์ต้องทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ และลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความเสี่ยงด้านภัยไซเบอร์ และความเสี่ยงอื่นๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีดิจิทัล

ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้  องค์กรที่จัดหาซอฟต์แวร์มาใช้งานเพื่อสนับสนุนและเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจ จะไม่มีสิทธิเด็ดขาดหรือเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ดังกล่าว แต่จะได้รับเพียงแค่สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเท่าที่บริษัทซอฟต์แวร์ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเท่านั้น  ดังนั้น ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ  ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ จะต้องใช้งานซอฟต์แวร์ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ และจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานซอฟต์แวร์และสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไข หรือไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ thailand@bsa.org